ข้อมูลทรัพยากร

งานฐานรากและงานก่อสร้างใต้ดิน.
ประเภททรัพยากร : หนังสือเล่ม
ชั้นเก็บ : ตู้ 5 ชั้น 3 ฝั่งขวา
หมวด : 600
เลขหมู่หนังสือ : 624.15
สำนักพิมพ์ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย.
ผู้แต่ง : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย.
ยอดคงเหลือ : 2
เนื้อหาย่อ : ในปัจจุบันได้มีการบาระบบกาแพงกันดินแบบต่างๆ เข้ามาใช้ในงานขุดดินขนาดลึก ในบริเวณ
รุงเทพฯ เพื่อช่วยงานก่อสร้างฐานราก ห้องใต้ดิน และระบบสาธารผูปโภคอื่นๆ ระบบ
อาทิ เช่น กาแพงค้ายันแบบ Steel Sheet Pile, กำแพงค้ายันแบบ Soldier Pile-
ซึ่งใช้การตอก เสา เหล็กตัวไอ เป็นระยะตามแนวขุดและสอดแผ่น เหล็กหรือไม้ (lagging)
หว่างเสา เหล็ก ระบบ Diaphragm wal1 ที่ใช้พื้น ค.ส.ล. ของชั้นใต้ดินเป็นค้ายันและ
giragm Wall เป็นผนังของห้องใต้ดิน เลย ซึ่ง เรียกกันว่าระบบการก่อสร้างแบบ Top Down
Struction , ระบบ Diaphragm wall แบบใช้ค้ายนเหล็กชั่วคราว และตัว Diaphragm Wall
เสองผนังชั่วคราวเท่านั้น และที่ล่าสุดคือการนาระบบดดินโดยใช้วิธ Jet Grouting ทำแนวเสา
กสัยการติดตั้งค้ายนกิดขวางการทำงานในบ่อขุด
เสริมกาลังของดินอ่อนรอบพื้นที่ขุด เข้ามาใช้ เพื่อช่วยให้สามารถทำการขุดได้โดยไม่
ระพบกำาแพงกันดินดังกล่าว แม้ว่าจะมีหลักการในการออกแบบคล้ายคลึงกัน โดย เฉพาะระบบมีค้า
เนื่องจากความแตกต่างในด้านคุณสมบัติโครงสร้าง และวิธีการก่อสร้างในแต่ละระบบ ขีด
รถและข้อจำกัดในการใช้งานจึงแตกต่างกันไป ผู้เขียนพบว่ายังมีความสับสนกันอยู่มากในหมู่
ผู้เกี่ยวข้องอื่นในเรื่องดังกล่าว ตงนั้นถ้า เลือกระบบกาแพงกันดินชนิศใดชนิดหนึ่งมาใช้งาน
าใจใน เรื่องตังกล่าวอย่างดีพอแล้ว อาจนาไปสู่ปัญหาการก่อสร้างหรืออาจสั้น เปลืองค่าใช้ จ่าย
ป็นก็ได้ ยกตัวอย่างเช่นในโครงการหนึ่ง ซึ่งต้องการยุดตินลึกเพียง 6 เมตร ได้เลือก
Diaphragm wall แทu Sheet Pile โดยเข้าใจผิดว่า Diaphragm wall ซึ่ง
จะสามารถออกแบบให้ทำการขุดที่ระดับความลึกดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องมีค้ำายน ปรากฎ
ารขุดจริง ได้เกิดการหักพังของ Diaphragm wa1l จนต้องแก้ไขโดยการติดตั้งค้ายน
ลั้นค่าใช้จ่ายเพื่มขึ้นมากมายและงานต้องล่าช้า ในขณะ เดียวกันบางโครงการสามารถ
Braced Steel sheet Pile ในงานขุดลึกเกินกว่า 10 เมตร โดยที่ไม่มีปัญหาหรือ
ร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้น แต่ในโครงการอื่นกลับต้องเลือกใช้ระบบกแพง Diaphragm Wall
วยให้ผู้ที่ยังมีความสบสนในการใช้งานของระบบกแพงกันดินดังกล่าวมีความ เข้าใจดีขึ้น
ล่าวให้ทราบถึงหลักการในการออกแบบกำแพงกันดินแบบมีค้ายัน รวมถึงคุณสมบัติทางโครง
การก่อสร้างของแต่ละระบบ ซึ่งตัวแปรทั้งสองเมื่อพิจารณาร่วมกับสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่
และราคาค่าก่อสร้าง
ในแต่ละสถานที่
จะ เป็นตัวชี้ประสิทธิภาพและยืดจำกัดของระบบกแพงกันดินแต่ละชนิ
ผู้เขียนจะไม่กล่าวลึกลงไปในรายละ เอียดชั้นตอนการออกแบบ ซึ่งผู้
าดูได้จากหนังสือคู่มือ หรือตำราทางวิศวกรรมฐานรากทั่วไป รวมถึง เอกสาร วสท.
สมนาทางวิชาการ เรื่องการออกแบบและก่อสร้าง Sheet Pile ปี 2530 ซึ่งได้รวบรวม
ระโยชน์ในการออกแบบและใช้งาน Sheet Pile ไว้หลายบทความด้วยกัน